เรื่องเสียวสาวขายประกัน ตอน5

ความปวดร้าวในครั้งที่เค้าปลุกปล้ำก็เริ่มหายสนิทในช่วง 2 วันต่อจากนั้น ซึ่งหลังจากหายสนิท มันก็มีแต่ความเสียวกับความสุขเท่านั้นแหละค่ะ กิจวัตรประจำวันช่วงเช้าก่อนเค้าไปทำงานก็จะทำรักกับดิฉันก่อน 1 ยก แล้วค่อยอาบน้ำแต่งตัวลงไปทำงาน ส่วนดิฉันหลังจากเสร็จสุขกับเค้าแล้วก็พักผ่อนร่างกายหลับจนเต็มอิ่มแล้วก็ ค่อยลงมาหาอะไรทานเพิ่มกำลัง และรอเวลาให้แม่บ้านมาทำความสะอาดจนเสร็จ ซึ่งดิฉันไม่เคยขึ้นไปก่อนเพราะความอายกับคราบรักที่เต็มเตียงเต็มผ้าปูที่นอนทุกวัน ซึ่งเกิดจากการร่วมรักในช่วงค่ำถึงดึกระหว่างหนุ่มรุ่นน้องกับดิฉันที่เป็น แบบนี้ทุกวัน หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จก็รอเวลาขึ้นไปพักผ่อนร่างกายอีกรอบหรือไม่ก็ดู หนังดูทีวีในห้องจนตกเย็นช่วงงานเลิก ดิฉันก็รอเปิดประตูรับเค้าซึ่งเมื่อกลับมาหลังเลิกงานที่ไร หนุ่มรุ่นน้องของดิฉันนั้นเป็นต้องปรี่เข้ามาหาดิฉันพร้อมเล้าโลมและเปิด เกมส์สวาทกับดิฉันสัก 1 – 2 ยก แล้วก็พักผ่อน จนได้เวลาเกือบทุ่มเค้ากับดิฉันก็ลงไปหาอะไรกินกัน พร้อมท่องราตรีในตัวจังหวัดนั้น

หลังจากเที่ยวกันจนพอสนุกก็เดินทางกลับเข้าที่พักที่โรงแรม แล้วลงท้ายก็จบกันที่เตียงนอนจนดึกจนดื่นเป็นประจำทุกวัน ซึ่งช่วงเวลาค่ำจนดึกดื่นนั้น ร่องเสียวของดิฉันแทบไม่ได้พักเพราะเค้าจับพลิกบนพลิกล่าง ตะแครงซ้ายทีขวาที่สลับไปมาตลอดค่ำคืน เรียกว่าแทบไม่พักซึ่งตกดึกแต่ละคืนนั้นไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งเป็นอย่างน้อยที่เค้าต้องสาดน้ำรักเข้าร่องเสียวของดิฉันทุกค่ำคืน เฉลี่ยแล้ววันนึงดิฉันรับน้ำรักจากหนุ่มน้องไม่ต่ำกว่า 6 – 7 ครั้งต่อวัน ซึ่งดีที่ดิฉันบอกให้เค้าหายาคุมให้ดิฉันด้วย ไม่งั้นมีหวังดิฉันอาจท้องกับเค้าก็ได้เพราะช่วงที่เราไปทำงานกันนั้นเป็นช่วงตกไข่ของดิฉันด้วย ซึ่งเค้าก็ขจัดความกังวลใจดิฉันเรื่องนี้ด้วยการซื้อยาคุมแบบกินเป็นเดือนมาให้ โดยเค้าบอกว่ามันเลยช่วงมาแล้วเพราะช่วงวันสองวันแรกที่ดิฉันนอนร่วมรักกับเค้านั้น ดิฉันกับเค้าไม่ได้ป้องกัน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวดิฉันค่อนข้างมันใจว่าไม่น่าจะท้อง ทำให้ความกังวลดังกล่าวหายไปจนหมด ช่วงเวลาที่เรามาทำงานกันนั้น มันช่างเป็นความสุขในเพศรสที่ดิฉันโหยหามาหลายสิบปีจริงๆค่ะ ยอมรับอย่างหน้าด้านๆเลยว่า ดิฉันมีความสุขกว่าการอยู่กับสามีที่บ้านเสียอีก แม้จะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมของคนมีครอบครัวก็ตาม แต่ทว่าสิ่งที่สามีไม่สามารถหาให้ได้นั้น หนุ่มรุ่นน้องกับมอบให้อย่างเต็มอิ่มทุกค่ำคืน ซึ่งโดยส่วนตัวดิฉันแล้วไม่เคยนับความเสียวสุขกับการร่วมรักกับเค้าเลยสักวัน เพราะมันมากจนเกินจะนับได้ แต่ละค่ำคืนนั้นดิฉันถึงแล้วถึงอีกเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งคืน สาววัยสี่สิบกว่าอย่างดิฉันคงมีน้อยคนนักที่จะมีความสุขในเพศรสเท่ากับดิฉัน เพื่อนสนิทดิฉันก็ประสบปัญหาเดียวกันแบบนี้จนดิฉันไม่คิดว่าสาววัยอย่าง ดิฉันคนใดจะมีความสุขแบบนี้อีกแล้ว

ก่อนวันเดินทางกลับเราสองคนก็ตักตวงความสุขเสียวกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจัก เหนื่อย ซึ่งดิฉันแทบจะหัวใจวายตาคาเตียงเลย เพราะเค้าประเคนความเสียวความสุขกับดิฉันอย่างเร้าร้อนและรุนแรงต่อเนื่อง ตลอดทั้งค่ำคืน ช่วงเช้าก่อนจะเช็คเอาท์ เค้ายังมอบความสุขให้กับดิฉันอีก 2 รอบก่อนลงมาที่เคาว์เตอร์โรงแรม เล่นเอาตอนเดินออกมาจากโรงแรมแข้งขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงเลย เราเดินทางกลับกันอย่างอิ่มเอมในรสสวาทเหมือนคู่ผัวตัวเมียใหม่ๆยังไงยังงัน ความละอายความเขินอายที่แรกเคยคิดและรู้สึกผิดนั้นมันหายไปหมดสิ้นแล้วละค่ะ ช่วงเวลาแค่เพียงไม่กี่วันสำนึกชั่วดีของดิฉันมันเหมือนจะไม่มีความยับยั้ง อีกแล้ว ดิฉันยินยอมทอดกายให้เค้าเชยชมทุกสัดส่วนของเรือนร่างตลอดที่มาทำงานอาทิตย์ นึง มันช่างเป็นสิ่งที่ดิฉันไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าชีวิตสาวใหญ่สี่ สิบกว่าอย่างดิฉันจะมาเผชิญได้ใครเล่าจะคิดว่าสาวใหญ่ลูกสองแถมโตเป็นสาวจน ทำงานเลี้ยงตนได้แล้วอย่างดิฉันจะถล่ำตัวเข้าสู่เส้นทางแห่งความผิดศีลธรรม ได้แบบนี้ ดิฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าการมาทำงานอย่างที่เคยผ่านมาช้านานครั้งนี้จะมีการ เปลี่ยนแปลงไปจนไม่มีทางหวนคืนได้อีกแต่ไปแล้ว เพราะถึงตอนนี้แล้วดิฉันก็ได้ชื่อว่าเล่นชู้อย่างเต็มตัวแล้ว ตลอดเวลาที่มาทำงานนั้นดิฉันไม่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าที่ดีเลยสักนิด แทบไม่เคยมาช่วยงานของบริษัทเลย กลับมาทำในสิ่งที่ผิดสิ่งที่ไม่ดีอย่างเต็มใจ ยินยอมมอบกายให้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามีเชยชมอย่างเต็มอิ่มทุกค่ำคืน ทุกเวลาที่ชายชู้ต้องการ ดิฉันยอมรับจริงๆค่ะ ว่าดิฉันติดใจรสสวาทของหนุ่มรุ่นน้องมอบให้ซะแล้วล่ะค่ะ ช่วงเวลาที่เดินทางกลับนั้นเค้ากุมมือและพูดคุยกับดิฉันอย่างไม่อยากให้ ดิฉันกลับบ้านตัวเองเลย คำออดอ้อนคำชมต่างๆที่เค้าใช้กับดิฉันทำเอาสาวใหญ่อย่างดิฉันรู้สึกเคลิบ เคลิ้มอยู่ในใจตลอด ซึ่งสิ่งที่เค้าพูดแม้จะทำให้ดิฉันรู้สึกอบอุ่นแต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะยังไงดิฉันก็ยังมีสามีและลูกรออยู่ที่บ้าน ทำให้ดิฉันได้แต่ยิ้มรับในความปารถนาของเค้าเท่านั้น ซึ่งก่อนจะเข้าพื้นที่บ้านพักของดิฉันนั้น เค้าขอร้องให้ดิฉันมีความสุขกับเค้าอีกครั้งที่โรงแรมม่านรูดข้างทาง ซึ่งแทนที่ดิฉันจะปฏิเสธเค้าเพราะมันใกล้พื้นที่ระแวกบ้านตัวเองแล้ว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดดิฉันจึงพยักหน้ายอมรับขอเสนอเค้าอย่างไม่ละอายหรือ เกรงกลัวใครมาเห็นเรื่องบัดสีของตัวเองเลยสักนิด

ทันทีที่ได้รับการยินยอมของดิฉันเค้าก็เลี่ยวจอดเข้าซองรูดม่าน เค้าก็รีบมาจูงมือดิฉันเข้าห้องไปหาความสุขกันอีก 2 ครั้ง อย่างมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันช่างเป็นวันที่ดิฉันเหนื่อยเหลือเกิน เพราะตั้งแต่เมื่อคืนวานเค้าก็ป้อนความสุขให้ดิฉันแทบจะทั้งคืน มาช่วงเช้าอีก และนี่ยังก่อนจะเข้าบ้านอีก มันช่างเป็นวันที่แสนเหนื่อยล้าแต่กลับเป็นวันที่แสนอิ่มเอมในรสสวาทเสียนี้ กระไร หลังจากเสร็จกิจกามของเราแล้ว เค้าก็ขับรถมาส่งดิฉันที่บ้านพร้อมเข้ามาทักทายสามีดิฉันที่รออยู่อย่างคน ไม่เคยทำความผิด เค้าทำเหมือนเดิม แสดงความเคารพสามีดิฉันอย่างสนิทสนิม พร้อมทักทายลูกทั้ง 2 ที่อยู่ในบ้านอย่างเป็นกันเอง สิ่งที่เราทั้งคู่ทำผิดมาตลอดห้วงเวลาที่ไปทำงานต่าง จังหวัดนั้น แทบไม่มีใครรับรู้เลยสักนิด ซึ่งมันก็ช่วยให้ดิฉันผ่อนคลายความกังวลใจลงได้อย่างมาก ซึ่งหลังจากเค้ากลับไป สามีก็ถามไถดิฉันว่าทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ดิฉันก็ต้องโกหกไปต่างๆนาๆ ซึ่งเค้าก็ไม่ระแวงสงสัยในตัวดิฉันเลยสักนิด และในคืนนั้นสิ่งที่ดิฉันกังวลและกลัวเป็นอย่างมากหากสามีเค้าเกิดอยากร่วมรักกับดิฉันขึ้นมา เค้าคงรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่องสวาทของดิฉันได้เป็นอย่างดีแน่แท้ แต่แล้วค่ำคืนนั้นก็ผ่านไปอย่างไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะมันก็เป็นดังเช่นทุกค่ำคืนที่เราสองสามีภรรยาไม่เคยทำรักกันเฉกเช่นวัน เก่า ๆ ซึ่งมันทำให้ดิฉันเบาใจไม่น้อยเพราะสามีไม่ยุ่งกับดิฉันเช่นเคย เวลาแห่งความกังวลผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะสามีดิฉันก็ยังไม่ร่วมรักดิฉัน เช่นเดิม ทำให้ดิฉันคลายความกลัวได้ลงอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันกังวลกลับเป็นการเจอหน้าหนุ่มรุ่นน้องที่ทำงาน เพราะทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเค้ามองดิฉันด้วยสายตาหนุ่มมองสาว ไม่ใช่เช่นสายตาลูกน้องมองหัวหน้าแบบเดิมอีกแล้ว ทำเอาดิฉันหวาดหวั่นเป็นประจำเมื่อเห็นสายตาที่ส่อความหมายของเค้า และเมื่อไรที่ต้องออกจากสำนักงานไปงานข้างนอกกับเค้า ซึ่งแต่เดิมก็เป็นไปอย่างสบายๆ ก็กลับเปลี่ยนเป็นอาการเกร็งประจำเมื่อต้องไปไหนกันสองต่อสองเพราะเค้าเป็น ต้องแอบลูบไล้สะโพกและแก้มก้นดิฉันตอนเดินไปขึ้นรถเป็นประจำ ทำเอาดิฉันอดหวาดหวั่นไม่ได้หากคนที่ทำงานเห็นความผิดปกติของเราสองคน ซึ่งทำให้ดิฉันกลัวใครจับได้จริงๆ จนดิฉันต้องส่งสายตาดุเค้าประจำ พร้อมพูดปรามสิ่งที่เค้าชอบแอบทำแบบนี้ ซึ่งเมื่อขึ้นรถเค้าเป็นต้องพยามออดอ้อนขอร่วมรักกับดิฉันเป็นประจำ แต่ลงท้ายดิฉันก็ต้องปฏิเสธและพยามทำใจแข็ง พร้อมบอกข้อตกลงของเราทั้งคู่ที่เราตกลงกันแล้วว่าจะให้เค้าทำแค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้น เค้าจึงต้องผิดหวังไปเป็นแบบนี้ประจำ ทั้งที่ลึกในใจดิฉันมันกลับร่ำร้องอยากให้เค้าทำรักแบบที่อยู่ต่างจังหวัด กันอีกอย่างลุ่มร้อน แต่เพื่อไม่ให้มันเกินงามและกั้นความผิดพลาดที่อาจส่งผลต่อชื่อเสียงหน้าที่การงานและครอบครัวทำให้ดิฉันต้องหักห้ามใจไม่ยินยอมตามคำอ้อนวอนของเค้า

แต่เมื่อถึงวันนัดหมายของเค้ากับดิฉัน ซึ่งเป็นวันเสาร์ทุกเสาร์โดยแท้จริงแล้ววันเสาร์ที่ทำงานดิฉันจะหยุด แต่ดิฉันเคยทำงานวันเสาร์โดยการไปพบลูกค้าแทนเป็นประจำทุกเสาร์ ทำให้ครอบครัวรู้ดีว่าทุกวันเสาร์ดิฉันไปทำงาน แต่แล้วดิฉันก็เอาวันดังกล่าวเป็นวันยินยอมรับข้อตกลงกับเค้าแทน โดยเค้าให้ดิฉันไปหาเค้าที่พักเค้าแต่เช้าโดยให้มาถึง 9 โมงเช้าโดยประมาณ ดิฉันก็ยอมรับขอเสนอเค้าด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นไม่น้อย เพราะนี้เป็นเหมือนการกระทำผิดที่เรารู้อยู่เต็มอก แต่ก็ยังฝืนทำตามสิ่งที่รู้ว่าผิดศีลธรรม โดยแอบทำลายความเชื่อใจครอบครัว ไปมีความ สัมพันธ์ชู้สาวกับเพื่อนร่วมงานและเด็กหนุ่มรุ่นน้องทีอายุอานามห่างกันเป็น สิบๆ ปีอย่างน่าละอาย แต่ดิฉันก็ต้องสลัดความกังวลใจให้หมดสิ้น เพราะหากดิฉันไม่ทำตามที่เค้าตกลงไว้ชีวิตสมรสและครอบครัวดิฉันอาจแตกแยกได้ ง่ายๆ ตามคำขู่ของเค้า ทำให้วันนั้นดิฉันขับรถออกไปหาเค้าด้วยความกังวลใจไม่น้อยมันเป็นความรู้สึก ของคนทำผิดปนเปกับความรู้สึกของความตื่นเต้นที่ใจลึกอยากให้ถึงเร็วๆ ดิฉันสับสนใจตัวเองจริงๆค่ะ จนเมื่อขับไปถึงที่พักของเค้าดิฉันทั้งตื่นเต้นและกลัวหวาดระแวงมันสับสนไป หมด แต่ไหนๆก็มาถึงที่แล้วดิฉันจึงเคาะห้องพักของเค้าพร้อมร้องเรียกชื่อเค้า เบาๆ ด้วยความตื่นเต้นหัวใจนี่เต้นระรัวไปหมด จนเมื่อเค้าเดินมาเปิดประตูห้อง ดิฉันก็เห็นสายตาเค้ามองยิ้มรับด้วยความดีใจที่ดิฉันทำตามคำมั่นที่เคยให้ ไว้ โดยที่ดิฉันไม่ได้ทันสังเกตเลยว่าเค้าแก้ผ้ามาเปิดประตูห้องพักรอดิฉันอยู่ ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ดิฉันก้าวเข้าห้องพักเค้าอย่างเร่งร้อน เพราะความกลัวจะมีคนรู้จักมาเห็น จึงพรวดพราดเข้าห้องอย่างไม่มองรอบกายเลยสักนิด แต่ทันทีที่ดิฉันก้าวเข้าห้องพักปิดประตูเรียบร้อยเท่านั้นแหละ ดิฉันก็เป็นต้องอุทานด้วยความตกใจ เพราะเค้าแก้ผ้าเปลือยเปล่า แถมแท่งลำที่เคยมอบความสุขให้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มันกำลังชูชั่นด้วยความน่ากลัว ยังไม่ทันจะพูดเอยคุยกันแต่อย่างใดเค้าก็เค้ามาโอบกอดรั้งร่างอวบของดิฉัน มากอดและซุกไซร้อย่างกระหาย เรี่ยวแรงปัดป้องของดิฉันแทบหมดสิ้นทันที เพราะเค้าเอามือโป๊ะลงโคกอูมในกางเกงทำงานของดิฉันอย่างหื่นกระหาย ดิฉันแทบไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่เค้าประเคนเข้าใส่ให้แม้แต่น้อยเลย ดิฉันโดนเค้าดันมาจนล้มลงกับที่นอนของเค้า แล้วหลังจากนั้นดิฉันก็แทบจะจำอะไรไม่ได้เลย เสื้อผ้าโดนถอดออกไปตอนไหนนั้นก็ไม่รู้ มารู้สึกอีกที่ก็คับตึงร่องสวาทเหมือนคราวตอนไปต่างจังหวัดอีกครั้งนั้นเอง ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายอีกต่อไปแล้วน่ะค่ะ เอาโดยสรุป เลยละกันว่า ตลอดช่วงเช้าจนเกือบ 2 ทุ่มของวันนั้น ดิฉันต้องเปลื่อยเปล่าอยู่ในห้องพักเค้าตลอดทั้งวัน โดยที่ไม่ได้ออกไปไหนแต่อย่างใดเลย เค้าตักตวงความสุขกับเรือนร่างสาวใหญ่อย่างดิฉันอย่างไม่รู้เบื่อ เหนื่อยเราก็พักผ่อน หิวก็โทรให้ร้านค้าข้างล่างมาส่งอาหารทาน เสร็จจากการทานข้าวปลาก็บรรเลงความเสียวสุขกันอีกตลอดทั้งวัน ดิฉันกลับบ้านมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรงเลย เมื่อกลับมาเห็นสามีก็ใจหายกลัวเค้าจับได้ เค้าเห็นสีหน้าดิฉันก็ถามด้วยความเป็นห่วง ดิฉันจึงได้โอกาสเลยกลบเกลื่อนด้วยการบอกเค้าว่างานวุ่นทั้งวัน เหนื่อยขอพักอย่ากวนน่ะคืนนี้ แล้วดิฉันก็รีบขึ้นห้องนอนแล้วอาบน้ำชำระคราบคาวที่อยู่ในร่างกายให้หมดสิ้น ขนาดดิฉันอาบน้ำล้างคราบเสียวที่เค้าหลั่งไว้ในร่องเสียวจนหมดแล้วก็ตามตอน ก่อนกลับบ้าน แต่มันก็ยังไหลรินเปียกกางเกงในตัวบางดิฉันเป็นดวง จนดิฉันกังวลไม่น้อยเลย จึงต้องรีบล้างกางเกงในแล้วพึงตากราวทันทีที่อาบน้ำเสร็จ เพื่อไม่ให้สามีสังเกต ซึ่งนั้นคือ การทำตามข้อตกลงครั้งแรกกับเค้าอย่างที่สัญญากันไว้ มันเป็นครั้งแรกของการยินยอมรับเค้าเป็นส่วนหนึงในชีวิตของดิฉันแล้ว

คืนนั้นดิฉันก็หลับสลบไสลเลยคืนนั้น ซึ่งสามีดิฉันก็ไม่ยุ่งกับดิฉันเหมือนเช่นเคย ความผิดที่ไม่มีใครรับรู้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดำมืดต่อไป เป็นเช่นนี้ตลอดในรอบ 2 เดือนหลังจากเหตุการณ์กลับจากต่างจังหวัด เชื่อรึไม่ค่ะว่าสามีดิฉันก็ไม่ร่วมรักกับดิฉันเลยตลอด 2 เดือนที่กลับมา ความห่างของเราสองนี่เองที่เป็นปัจจัยแรงหนุนให้ดิฉันเริ่มไม่เกรงกลัวกับ การกระทำผิดศีลธรรมแบบนี้ ซึ่งเมื่อมันไม่มีใครจับได้ถึงความผิดปกติของดิฉัน ดิฉันก็เริ่มกล้าและเริ่มไม่ค่อยกังวลเรื่องสามีที่ละน้อยๆ ซึ่งช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ดิฉันยินยอมไปร่วมหลับนอนกับเค้าที่ห้องพักนั้นทุกเสาร์ก็ดูเหมือน เค้าจะรับรู้ได้ว่าดิฉันคลายกังวลลงไปมากแล้ว เค้าก็เริ่มออดอ้อนและร้องขอดิฉันมากขึ้นโดยวันหนึ่งที่หลังจากเสร็จสมกัน แล้วอย่างเหนื่อยล้า เค้าก็ยังคงกกกอดดิฉันบนที่นอนอย่างมีความสุข เค้าก็เอยร้องขอให้ดิฉันมาส่งเค้าที่บ้านพักก่อนกลับทุกวันหรือไม่ก็มารับ เค้าที่พักช่วงเช้าได้รึมั๊ย เพราะเค้าไม่อยากเข้าที่ทำงานไปมาใช้เวลาไม่น้อย ซึ่งงานของเรานั้นไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิตทุกวัน ทำให้ดิฉันตกลงใจยอมเป็นสารถีขับรถรับส่งหนุ่มรุ่นน้องอย่างไม่คิดอะไร เพราะเมื่อก่อนนั้นดิฉันก็มารับและส่งเค้าออกจะบ่อย แต่หลังจากความสัมพันธ์ของเรามันเปลี่ยนเป็นเชิงชู้สาวแล้ว เค้าก็พาดิฉันขึ้นห้องบ่อยขึ้นทั้งที่เมื่อก่อนเค้าไม่เคยเอยชวนดิฉันมาชม ห้องพักของเค้าเลย ซึ่งดิฉันก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ดิฉันหารู้มั๊ยว่าแท้จริงแล้วเค้าวางแผนให้ดิฉันมาพักบ้านเค้าก่อนไปทำ งานหรือก่อนกลับบ้าน เพื่อวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ หาโอกาสทำสิ่งที่เกินข้อตกลงของเรานั้นเอง ด้วยความไม่ระแวงสงสัยในสิ่งที่เค้าต้องการดิฉันจึงยอมทำตามเค้าอย่างว่า ง่าย แล้วเค้าก็แอบฉวยโอกาสตอนอยู่สองต่อสองในห้องพักแอบกอดรัดและออดอ้อนร้องขอ ดิฉัน จนดิฉันไม่สามารถต้านทานแรงวัยหนุ่มของเค้าได้ดิฉันจึงตกเป็นของเค้าอีกใน ช่วงเช้าวันนึงที่เค้าแอบหลอกให้ดิฉันขึ้นมาบนห้องเพื่อรอเค้าแต่งตัว แล้วเค้าก็จัดการตักตวงความสุขกับเรือนร่างของดิฉันเหมือนเช่นเคย ซึ่งมันไม่เป็นไปตามข้อตกลงของเค้ากับดิฉันอีกต่อไป ซึ่งเมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อๆมา และมันก็เหมือนจะกลายเป็นความเคยชินเชกเช่นเดียวกับข้อตกลงที่เคยตกลงกัน อาทิตย์ละครั้งเพราะหลังจากนั้นเค้าก็ขอมีความสุขกับดิฉันเป็นวันเว้นวัน แรกๆ ดิฉันก็เคืองเค้าไม่น้อยที่ไม่ยอมทำตามที่ตกลงแต่ร่างกายและจิตใจที่เรียก ร้องลึกของตัวเองนี้สิ มันไม่เป็นไปตามความคิด ท้ายที่สุดดิฉันก็ต้องยอมรับข้อเสนอครั้งใหม่ของเค้าเช่นเดิม ส่วนดิฉันกับสามีก็ยังห่างกันเช่นเดิม

แต่มีค่ำคืนนึงเค้ามีนมาจากงานเลี้ยง แล้วคงมีอารมณ์จึงจัดการกับดิฉันอย่างกระหาย ซึ่งทันทีที่เค้าสอดใส่เข้ามาดิฉันก็ต้องตกใจไม่น้อยเพราะร่องสวาทที่เคยรัด แนบแท่งลำของสามีนั้นมันรู้สึกหลวมๆกว่าที่เคยเสียแล้ว จนเค้าเองอดสงสัยไม่ได้แต่ก็ไม่ได้เอยถาม ทำให้ดิฉันต้องแสร้งมีอารมณ์ร่วมกับสามีอย่างสุขสม ทั้งที่จริงๆคืนนั้นดิฉันแทบจะไม่รู้สึกเสียวสะท้านเลยสักนิด แต่กลับทำให้ดิฉันคิดถึงรสสวาทของหนุ่มรุ่นน้องมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะความไม่เก่งของสามีที่เป็นประจำที่เค้าจะทำให้รักเราล่มปากอ่าวเป็นนิจ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ดิฉันหงุดหงิดเหมือนเช่นเคย เพราะดิฉันรู้ดีว่าพรุ่งนี้ดิฉันก็จะได้ปลดเปลื้องกับอารมณ์ที่ค้างคากับ สามีนั้นกับใคร นี่แหละค่ะความห่างเหินของชีวิตคู่และความที่เป็นหัวเก่าด้วยกันทั้งคู่ ดิฉันกับสามีจึงไม่เคยพูดคุยเรื่องบนเตียงหรือบอกความต้องการของกันและกัน เลยสักครั้ง นี้กระมังที่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ดิฉันยินยอมรับชู้หนุ่มรุ่นน้องเป็นที่ ระบายความต้องการของร่างกายอย่างไม่รู้สึกขัดเขิน ความต้องการทางเพศที่เก็บกดกับสามีมาหลายสิบปีพอมาโดนความเจนเชิงและลีลาและ ขนาดที่แตกต่างจากสามีนั้นเองทำให้ดิฉันติดใจรสสวาทที่เค้ามอบให้จนถอนตัว ไม่ขึ้นเลย จนยินยอมให้เค้าเป็นชู้ลับอีกคนในชีวิตวัยสาวใหญ่สิบสิบกว่าแบบนี้ ดิฉันทำใจและยอมรับหนุ่มรุ่นน้องเป็นสามีลับๆ อีกคนอย่างไม่ละอายใจ ศีลธรรมอันดีมลายหายไปจนหมดสิ้น แล้วในที่สุดดิฉันก็ยินยอมให้เค้าแอบหาความสุขกับเรือนร่างได้ทุกวันไปโดย ไม่ห้ามปรามอีกต่อไปโดยปริยาย ซึ่งหลังจากทำใจยอมรับกับสิ่งที่พลาดพลั้งและเต็มใจรับสิ่งที่กระทำแล้ว ดิฉันก็แทบจะมีสัมพันธ์สวาทเชิงชู้สาวกับหนุ่มรุ่นน้องเกือบจะทุกวัน ซึ่งสรุปแล้วก่อนกลับบ้านดิฉันต้องร่วมรักกับเค้าก่อนกลับทุกวัน แต่เพราะความถี่และบ่อยครั้งของเราสองคนนี้เอง ทำให้ดิฉันกลัวหากสามีจับได้จึงขอเค้าเปลี่ยนเวลาแห่งความสุขเป็นช่วงเช้า แทนเพื่อกันและเพื่อไม่ให้คราบคาวของเค้าติดกางเกงในหรือในกายกลับบ้านนั้น เอง ทำให้ช่วงหลังดิฉันจะมารับเค้าที่ห้องพักทุกเช้าและมีความสัมพันธ์กันก่อนไป ทำงานนอกพื้นที่ประจำทุกวัน ความสัมพันธ์ของเค้ากับดิฉันเป็นเช่นนี้ทุกวัน และมันก็ยังคงเป็นความลับเช่นเดิม โดยที่สามีและครอบครัวไม่เคยระแคะระคายสักนิด นี่ก็ผ่านมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว กับชีวิตสาวขายประกันของดิฉันที่ต้องทำงานทุกวันแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือ ความสุขในเพศรสที่เมื่อก่อนดิฉันทำงานหนักเพื่อให้ไม่คิดถึงเรื่องดังกล่าว แต่ปัจจุบันดิฉันทำงานไม่หนักขึ้นและหาความสุขที่ร่างกายต้องการมากขึ้น ซึ่งตลอดเวลาทั้งงานและเรื่องกามาณ์อารมณ์ของดิฉันรู้สึกจะดีขึ้นมาก อารมณ์ที่เคยหงุดหงิดก็แทบไม่มีแถมเราก็ทำงานเข้าขากันมากขึ้น ทำให้ยอดหาลูกค้าต่างๆดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวก็พัฒนาจนขั้นเรียกได้ว่าผัวเมียไปแล้ว เพราะดิฉันเป็นเหมือนภรรยาเค้าไปแล้ว ทุกวันนี้หากวันไหนสามีดิฉันร่วมรักกับดิฉัน เค้าสั่งให้ดิฉันห้ามล้างให้มาให้เค้าเห็นที่พักของเค้าก่อน ซึ่งดิฉันอายจริงๆเพราะดิฉันยอมทำตามที่เค้าสั่ง ซึ่งเมื่อเค้าเห็นคราบเมือกคาวของสามีดิฉัน เค้าจะมีอารมณ์เพศที่มากกว่าที่เคย ซึ่งหากมีครั้งใดวันนั้นดิฉันแทบไม่ได้ไปทำงานเลย เพราะเค้าจะทำรักอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ซึ่งดิฉันก็กลับติดใจและยอมทำแบบนี้ทุกครั้งไป ดิฉันยอมรับค่ะว่า ถึงตอนนี้ดิฉันยินยอมร้องเรียกเค้าเป็นผัวหรือสามีอย่างเต็มตัวแล้ว แม้จะรู้ว่ามันเป็นสิ่งผิดก็ตาม แต่สิ่งที่เค้ากระทำให้ดิฉันได้รับความสุขตลอด 2 ปีนั้น มันช่างเป็น 2 ปี แห่งความสุขที่ดิฉันต้องการมาทั้งชีวิตจริงๆ ดิฉันไม่คาดหวังให้เค้าอยู่เป็นคู่ชีวิตจริงแต่หวังลึกๆว่าเค้าจะไม่เบื่อ หน่ายเรือนร่างสาวใหญ่วัยสี่สิบกว่าอย่างดิฉันในเร็ววันนี้

ดิฉันก็ขอให้ผู้อ่านเรื่องราวนี้ของดิฉันได้เป็นบทเรียนของชีวิตคู่น่ะค่ะ และโดยเฉพาะพวกสามีที่ไม่ค่อยได้ทำการบ้านหรือไม่ค่อยทำหน้าที่สามีที่ดีไม่ ค่อยดูแลภรรยา เอาชีวิตคู่ของดิฉ็นบทเรียน อย่าได้ทอดทิ้งภรรยาที่บ้านให้อ้างว่างอย่างดิฉัน แม้สิ่งที่เกิดนี้มาจากความพลาดพลั้งจากความไม่พึงประสงค์ในแรกเริ่ม แต่หากสิ่งที่ได้รับนั้นมันมีความสุข และเป็นความต้องการลึกๆในจิตใจจนไม่เกินพอดี ก็อาจจะมีสาวๆ หลายๆ คน เดินตามทางที่ดิฉันเดินอยู่นี้ก็เป็นได้ นี้ก็เป็นอุทาหรน่ะค่ะ….ขอฝากไว้ให้สามีทุกคนได้เอาไปเป็นข้อคิดละกันน่ะ ค่ะ ดิฉันก็ขอจบเรื่องชีวิตสาวขายประกันอย่างดิฉันเพียงเท่านี้แหละค่ะ …………………………..ขอบคุณค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น